ความเป็นมาของบริษัท
ความเป็นมาของบริษัท
นับแต่ผู้ก่อตั้ง ศึกษาด้านวิชาชีพ (ช่างก่อสร้าง) มีความรู้สึกมาโดยตลอดว่าไม่ใช่สิ่งที่ตนเองชอบแต่ด้วยหน้าที่จึงต้องเรียนให้จบ (ปวช.) จากนั้นออกมาทำงานหลายอย่างหมุนเวียนไปเรื่อยเพื่อความอยู่รอด แต่ก็ใช่ว่าจะตรงสายงานที่เรียนมา กระทั่งช่วงเวลา 2 ปี ที่รับใช้ชาติ กลับค้นพบสิ่งที่ตนเองชอบและอยากทำจริง ๆ นั้นคือ “ทนายความ” หลังจบภาระหน้าที่รับใช้ชาติ จึงกลับสู่เส้นทางการศึกษานิติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและระดับเนติบัณฑิตยสภา ภายในช่วงระยะเวลาอันสั้น จากนั้นเริ่มทำงานในสำนักงานทนายความควบคู่ไปกับการเข้าฝึกอบรมวิชาชีพทนายความ
กระทั่งได้รับใบอนุญาตให้ว่าความและแค่เพียง 3 วันนับแต่วันได้รับใบอนุญาตก็เข้าทำหน้าที่ว่าต่างแก้ต่างให้กับจำเลยโดยทันที และยึดมั่นในเส้นทางนี้ต่อเนื่องเรื่อยมา
ต่อมาในปี 2550 ตัดสินใจยื่นจัดตั้งสำนักกฎหมายกับสภาทนายความ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และพันธกิจของผู้ก่อตั้งที่จะดำเนินงานด้านกฎหมายมาแต่ต้น และเป้าหมายใหม่ที่จะดำเนินงานด้านกฎหมายในรูปแบบธุรกิจ และจะขับเคลื่อนองค์กรอย่างมุ่งมั่นให้สู่ผลสำเร็จอย่างสร้างสรรคควบคู่คุณธรรม
จึงได้ปรับเปลี่ยนองค์กรจากสำนักงานกฎหมาย เป็น บริษัทจำกัด ตั้งทีมบริหารและจดทะเบียนทวงถามหนี้ กับสภาทนายความในพระบรมราชชูปถัมภ์ ในปี 2560
จึงได้ปรับเปลี่ยนองค์กรจากสำนักงานกฎหมาย เป็น บริษัทจำกัด ตั้งทีมบริหารและจดทะเบียนทวงถามหนี้ กับสภาทนายความในพระบรมราชชูปถัมภ์ ในปี 2560
ปี 2561 ได้ขยายงานให้บริการด้านกฎหมาย ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อรองรับลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลหรือองค์กร
ที่ต้องการใช้บริการด้านกฎหมายครอบคลุมทุกขั้นตอนในที่เดียว (One Stop Service) เริ่มตั้งแต่ทวงถามหนี้ ดำเนินคดีในชั้นศาล และบังคับคดีปัจจุบัน บริษัทได้ดำเนินการขยายกิจการโดยการจัดตั้งสำนักงานสาขา จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ สาขาหาดใหญ่ และสาขาตรังด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ดังกล่าว เป็นไทจึงก้าวมาถึงปัจจุบันและจะก้าวต่อไปสู่จุดหมายให้เป็นบริษัทชั้นนำ สมกับชื่อที่ตั้งไว้ “เป็นไท ลีเกิ้ล”

